ข่าวสาร

ทำความรู้จัก “เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ” อาวุธป้องกันโควิด-19

ทำความรู้จัก “เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ” อาวุธป้องกันโควิด-19

วิธีการที่ทำให้ตัวเรารอดพ้นจากวิกฤติโรคระบาดนี้ไปได้ หนึ่งในหนทางป้องกันการติดเชื้อที่ดีที่สุด ก็คือการล้างมือ หรือการใช้ “เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ” เพื่อฆ่าเชื้อไวรัส ที่คุณหมอผู้เชี่ยวชาญได้ออกมาบอกว่า…ใช้ได้ผลกับไวรัสโควิด 19 นี้จริง

ส่วนผสมในเจลแอลกอฮอล์มีอะไรบ้าง ?

แอลกอฮอล์ที่ผสมในผลิตภัณฑ์จะเป็นเอทิลแอลกอฮอล์ หรือเอธานอล (Ethyl alcohol หรือ Ethanol) ไอโซโพรพิลแอลกอฮอล์ หรือ ไอโซโพรพานอล (isopropyl alcohol หรือ isopropanol) เอ็น-โพรพิลแอลกอฮอล์ หรือ เอ็น-โพรพานอล (n-propyl alcohol หรือ n-propanol) โดยอาจเป็นเพียงสารเดียวหรือผสมรวมกันอยู่ตั้งแต่ 70% โดยปริมาตรขึ้นไป นอกจากส่วนผสมมาตรฐานหลักโดยทั่วไปตามคำแนะนำของกรมอนามัยแล้ว ยังเพิ่มส่วนผสมของ ว่านหางจระเข้ ที่สามารถใส่ลงไปในเจลแอลกอฮอล์ล้างมือได้อีกด้วย เพราะว่าแอลกอฮอล์นั้นถึงแม้ว่าจะมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อโรคต่างๆ ได้ก็จริง แต่แอลกอฮอล์มีผลทำให้ผิวหนังของเราแห้ง และอาจระคายเคืองได้ ดังนั้นการใส่ว่านหางจระเข้ ลงไปในเจลแอลกอฮอล์ รวมถึงวิตามิน E, วิตามิน C , วิตามินเอ และ สาร Beta Carotene ที่ช่วยใช้ผิวนุ่มชุ่มชื้น อีกทั้งลดการอักเสบของผิวหนัง เราจึงสามารถใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือได้บ่อยเท่าที่ต้องการ โดยไม่ทำลายผิวหนังชั้นนอกของเรา

แอลกฮอล์เยอะไปใช่ว่าจะดี!

“เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ” ที่ดีมีคุณภาพนั้นต้องมีส่วนผสมแอลกอฮอล์ถึง 70-75% ถ้ามีส่วนผสมเพียง 60-65% นั้นจะยังไม่สามารถฆ่าเชื้อโรคได้ดี แต่ถ้ามีส่วนผสมของแอลกอฮอล์มากเกินไป ประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรค ก็จะไม่ได้เหมือนกัน เพราะการฆ่าเชื้อโรคที่มือโดยใช้เจลล้างมือนั้น ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 15-20 วินาที หากมีปริมาณของแอลกอฮอล์มากเกินไป แอลกอฮอล์ก็จะระเหยในอากาศไวเกินไปที่จะไปจัดการเชื้อโรคบนมือของเราได้

เลือกซื้อเจลล้างมืออย่างไร ถึงจะช่วยฆ่าเชื้อโควิด-19 ได้จริง?

ควรเช็คส่วนผสมให้ดี ให้ดูที่ส่วนผสมว่ามี “เอทิลแอลกอฮอล์” หรือ “ไอโซโพรพิลแอลกอฮอล์” ที่ 70-75% และตรวจสอบเลขที่จดแจ้งของเจลล้างมือนั้นๆ ก่อนเพื่อสร้างความมั่นใจได้ว่าจะได้รับผลิตภัณฑ์ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ 70% โดยปริมาตรขึ้นไป ตามที่กฎหมายกำหนด และรักษาสุขอนามัยที่ดีของร่างกาย ทั้งนี้ สามารถตรวจสอบเลขรับจดแจ้งได้ที่เว็บไซต์ www.fda.moph.go.th หัวข้อ “ตรวจสอบผลิตภัณฑ์” หรือ Oryor Smart Application หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน อย.1556

ข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา